ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

ENNXO
/
Blog
/
ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน
แชร์
อัพเดทล่าสุด: 23 มีนาคม 2024

หลายคนคงเคยมีภาพความทรงจำเวลาได้ยินเสียง กรุ๊งกริ๊งๆ ผ่านหน้าบ้าน ไม่ว่าตอนนั้นจะทำอะไรอยู่ ก็ต้องรีบวิ่งมาเรียก “ไผ่ทองไอสครีม” ไอติมรถเข็นสีเขียวที่คนขายไม่รู้จะรีบไปไหน แต่ถ้าซื้อบ่อยๆ จนสนิทกับคนขายแล้วล่ะก็ เมื่อมาถึงหน้าบ้านเราครั้งต่อไปก็จะมีเสียงกรุ๊งกริ๊งๆ นานขึ้น ย้ำให้เรารู้ว่ามาแล้วนะ… ไอศกรีมในวัยเด็กของใครหลายคน และปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็น วันนี้ทางเราจะมาเล่าถึงที่มาของไอสครีมไผ่ทองให้ทุกคนได้รู้จักกัน

ประวัติของไผ่ทองไอสครีม

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้านทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

จุดเริ่มต้นของไอสครีมไผ่ทองมาจากครั้นที่คุณกิมเซ้ง แซ่ซี และคุณน้ายเฮียง แซ่ซี เคยเป็นพนักงานขายไอศกรีมของโรงงานแห่งหนึ่ง พวกเขาพบว่าไอศกรีมที่ถูกผลิตมามีรสชาติไม่คงที่ จึงไปแจ้งเจ้าของ แต่กลับโดนต่อว่าและโดนดูถูกว่าเป็นเพียงพนักงานจะไปรู้อะไร ทั้งคู่ได้ตัดสินใจลาออกแล้วมาทำไอศกรีมกะทิสดขายเอง โดยใช้ชื่อว่า “หมีบิน” เปิดโรงงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกใช้ชื่อว่า “โรงไอสครีมซีกิมเชง ตราหมีบิน” ตั้งอยู่ที่ถนนดำรงรักษ์ ต่อมาได้เปิดเพิ่มอีกหนึ่งแห่งที่ถนนเจริญรัถ

กระทั่งตัดสินใจย้ายโรงงานทั้งสองมาอยู่บ้านเลขที่ 964/4 แล้วได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ไผ่ทองไอสครีม” โดยคุณสุณี ชัยผาติกุล เป็นผู้คิดค้นชื่อ รวมถึงเป็นผู้ออกแบบเครื่องหมายการค้าร่วมกับนายปรีชา ชัยผาติกุล โดยใช้โลโก้เป็นรูปไผ่ ตามความเชื่อของคนจีนที่ว่าต้นไผ่เป็นเป็นไม้มงคลของคนจีน ส่วนคำว่า ‘ไอสครีม’ ที่ใช้ ‘ส’ นั้นทางเจ้าของได้ให้เหตุผลว่าต้องการสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ให้ความรู้สึกไม่ง่วงและเป็นจุดน่าสนใจนั่นเอง และใช้ต้นไผ่เป็นตัวสะกด ‘ไ’

ในปี 2535 เกิดการเปลี่ยนโลโก้แบรนด์แบบที่ 2 เมื่อธุรกิจเติบโตมากขึ้น จึงย้ายโรงงานไปอยู่ที่ 151, 153 หมู่ 5 ถนนพุทธมณฑล สาย 5 จังหวัดสมุทรสาคร และในปี 2541 ได้จัดตั้ง “หจก. ไผ่ทองซิมเอ็ง” เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้ง พร้อมกับแก้โลโก้อีกครั้งเพื่อจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทุนจดทะเบียน 7.5 ล้านบาท โดยมีชื่อของน้ายเฮียง เป็นผู้ถือหุ้นหลัก และมีการเปลี่ยนโลโก้อีกครั้งในปี 2561 เพื่อความทันสมัยมากขึ้น ต้องบอกว่าตำนานความอร่อยนี้ มาจากความพยายาม ความไม่ย้อท้อต่ออุปสรรค ที่นำคำดูถูกของคนอื่นมาเป็นแรงผลักดัน จนมีไอศกรีมอร่อยๆ ที่มีไอศกรีมหลากรส ราคาจับต้องได้ กว่า 70 ปีที่ผ่านมา 

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

ประเด็นดราม่า ไผ่ทองไอสครีม กับ ไผ่ทองไอศครีม

รู้หรือไม่ไอสครีมไผ่ทองที่ทุกคนรู้จักกัน ก็มีเรื่องดราม่าที่ร้อนระอุเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดจากความขัดแย้งของคนในครอบครัว กลายเป็นมหากาพย์เลือดข้น ทำแข่งกงสี ที่มี ‘ไผ่ทอง’ อยู่สองแบรนด์ แต่แตกต่างกันแค่ตัวสะกด แท้จริงแล้วต่างก็เป็นคนที่มาจากตระกูลชัยผาติกุลเหมือนกัน 

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

ด้านฝ่ายนายบุญชัย ชัยผาติกุล ในฐานะลูกคนที่ 6 ของครอบครัวนี้และเป็นเจ้าของ “ไผ่ทองไอศครีม” ได้ออกมาเล่าว่ามีพี่น้องทั้งหมด 8 คน ผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 6 คน ซึ่งพ่อได้แบ่งมรดกและได้ถามว่าใครจะเป็นผู้สืบสอดธุรกิจไอศกรีมนี้ ซึ่งพี่ชายคนโตปฏิเสธ ให้เหตุผลว่าเป็นงานหนัก และโรงงานยังเป็นแค่บ้านเช่าอยู่แถวย่านเจริญรัถ พี่ชายจึงเลือกรับทรัพย์สินอื่นไป ส่วนตัวเขาที่เป็นลูกชายคนรอง ได้ตอบรับไป เพราะคิดว่าตนเองไม่น่าขออะไรได้เยอะตามธรรมเนียมของครอบครัวคนจีนที่ให้ความสำคัญกับลูกคนโตมากกว่า เขาจึงเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 17-18 ปีในโรงงาน นับว่าเป็นงานที่หนักมากๆ

นายบุญชัยใช้ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของโรงงานไผ่ทองไอสครีมตั้งแต่ปี 2530 จนปี 2538 กระทั่งแม่ของตนได้มายึดกิจการ ได้ย้ายเครื่องจักรต่างๆ ไปที่อื่น ถึงแม้นายบุญชัยจะไม่ยอมแต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งได้มากนัก จึงกลับมาที่โรงงานเก่าในปลายปี 2541 โดยพยายามหาทุนมาฟื้นกิจการต่อ จนเปิดใหม่ใช้ชื่อว่า “ไผ่ทองไอศครีม” โดยเปลี่ยนตัวสะกดเป็น ‘ศ’ และมีต้นไผ่เป็นส่วนประกอบ อย่างไรก็ตามพอมาถึงปลายปี 2559 พี่ชายได้นัดไปคุยเพื่อตกลงเรื่องธุรกิจและฟื้นความสัมพันธ์ของครอบครัว แต่ก็ลงเอยด้วยการที่ไม่มีอะไรสานต่อนับแต่นั้นมา จนต้นปี 2561 ได้รับคำฟ้อง โดนเรียกค่าเสียหายจากแม่ของตนเอง

กลับมาที่ฝ่ายทางนางเฮียง แซ่ซี ผู้เป็นแม่ ที่ได้ฟ้องธุรกิจไผ่ทองไอศครีม โดยลูกสาวคนเล็ก นางสาวรตา ชัยผาติกุล ที่ดูแลด้านการตลาดของ “ไผ่ทองไอสครีม” ได้บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิด สาเหตุที่นำไปสู่การฟ้องร้องคือธุรกิจของนายบุญชัยส่งผลกระทบต่อธุรกิจไผ่ทองไอสครีม มีลูกค้าได้โทรมาถามถึงรสชาติที่แปลกไป และบางครั้งก็โทรมาสอบถามออเดอร์ทั้งๆ ที่ไม่มีคำสั่งเข้ามา เพราะลูกค้าเกิดความสับสนในตัวแบรนด์ ที่คุณแม่เลือกฟ้องนั้นเป็นไปตามหลักที่ลูกเกเรต้องจัดการ ในฐานะที่ทำแบรนด์เสียหาย อย่างไรก็ตามเรื่องราวดราม่าของเลือดข้น ความสัมพันธ์จางนี้ก็ได้บทสรุปในปี 2563 เมื่อศาลชั้นต้นตัดสินใจให้ฝ่ายแม่ ได้สิทธิ์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า “ไผ่ทองไอสครีม” ทั่วประเทศไทย

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

เคล็ดลับอะไรที่ทำให้ไผ่ทองไอสครีมเติบโต?

ถึงแม้เรื่องดราม่าต่างๆ จะจบลงไปแล้ว แต่ความอร่อย ความนิยมของไผ่ทองไอสครีมยังไม่จบ ยังคงสร้างความประทับใจกับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ยังคงเติบโตและก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ กลยุทธ์ของไผ่ทองไอสกรีมมีอะไรบ้าง มาดูกัน

1.การเข้าถึงแหล่งชุมชนต่างๆ ด้วยรูปแบบกองทัพมดที่ใช้รถเข็นหรือรถซาเล้งอย่างที่เราคุ้นเคยกัน โดยราคานั้นผู้ขายที่เป็นเจ้าของรถเข็นสามารถกำหนดราคาเองได้ ซึ่งการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย มีเสียงกระดิ่งไว้เรียกลูกค้า นี่จึงเป็นเสน่ห์ของไผ่ทองไอสครีม ที่เสิร์ฟความอร่อยถึงหน้าบ้าน

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

2.การรักษาคุณภาพ และปรับไอศกรีมให้มีหลากหลายรสชาติมากขึ้น เมื่อก่อนรสชาติหลักๆ ก็จะมีกะทิ ช็อกโกแลตชิพ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี และท็อปปิ้งสไตล์ไทยๆ เช่น ลูกชิด วุ้นมะพร้าว ข้าวเหนียว โรยหน้าด้วยความอร่อยอย่างโกโก้ ราสเบอร์รี่ นม ถั่วลิสง มีแบบถ้วย โคน ขนมปัง ให้เลือกในราคาที่ไม่แพง แต่ปัจจุบันนั้นทางไผ่ทองไอสครีมได้เพิ่มรสชาติ เช่น ชาเขียว เผือก กาแฟ รวมมิตร วานิลลาชิพ นับว่าเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น มีท็อปปิ้ง แพคเกจไอศกรีมหลากหลาย ให้ผู้บริโภคสนุกกับเลือกได้โดยไม่เบื่อ

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้านทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

3.จากตำนานรถเข็นสู่ “ไผ่ทองสเตชั่น”  โปรเจ็คใหม่ที่ผู้บริหารแบรนด์ไผ่ทองรุ่นที่ 3 เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาในปี 2563 จากสถานการณ์โควิด เล็งเห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทั้งเพื่อความปลอดภัยจากโรคระบาด และเรื่องของความสะดวกสบายโดยหันไปนิยมการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงความอยากกินไอศกรีมที่มีมากขึ้น แต่ไม่อยากรอรถเข็นไผ่ทองไอสครีม จึงนำไปสู่โปรเจ็ค “ไผ่ทองสเตชั่น Paithong Station” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มและทุกช่องทางการสั่งซื้อ ในรูปแบบ Delivery ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และ Application Food Delivery นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจอยากทำอาชีพขายไอศกรีม ได้มาเริ่มลงทุนและสร้างได้ให้กับตนเอง นับว่าเป็นโปรเจ็คที่ประสบความสำเร็จ เป็นการพัฒนาแบรนด์ที่ต่อยอดมาจากไผ่ทองคลาสสิค (ไผ่ทองรถเข็นขายเร่รูปแบบดั้งเดิม) ให้กลายเป็นธุรกิจที่ทันสมัย ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้อย่างหลากหลาย

ทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้านทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้านทำความรู้จักแบรนด์ "ไผ่ทองไอสครีม" ตำนานไอติมรถเข็น เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน
แชร์
ENNXO
contact@ennxo.com

อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 26 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ดาวน์โหลดได้จาก App Storeดาวน์โหลดได้จาก Google Play

ติดตามเรา

© 2015 - 2024 ENNXO.COM Passive Alpha Co., Ltd.