น้ำมันเครื่องรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญต่อเครื่องยนต์

น้ำมันเครื่องรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญต่อเครื่องยนต์

ENNXO
/
Blog
/
น้ำมันเครื่องรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญต่อเครื่องยนต์

แชร์

Share on Line
อัพเดทล่าสุด: 14 มิ.ย. 2567

น้ำมันเครื่อง เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของรถยนต์ ซึ่งผู้ขับรถจะต้องคำนึงถึงการเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับรถยนต์ เพื่อให้เกิดการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยน้ำมันเครื่องมีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดจะใช้กับประเภทรถที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราจะพาคุณไปรู้จักน้ำมันเครื่องแต่ละชนิด พร้อมกับวิธีการเลือกและการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องยนต์

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์
น้ำมันเครื่องรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ถึงจะดีที่สุด

การดูแลและเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลากำหนดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะน้ำมันเครื่องเป็นส่วนที่ช่วยรักษาความสะอาดและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้น มารู้จักการทำงานและชนิดของน้ำมันเครื่องกันก่อน

น้ำมันเครื่องรถยนต์ทำหน้าที่อะไร

น้ำมันเครื่อง เป็นสารหล่อลื่นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของรถยนต์ มีหน้าที่สำคัญดังนี้

1.ป้องกันการสึกหรอ ลดแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ปกติแล้วการทำงานของเครื่องยนต์จะมีโลหะอยู่หลายชิ้นส่วนที่ต้องเสียดสีกัน ซึ่งน้ำมันเครื่องจะช่วยลดความฝืด ลดการเสียดสี เพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

2.เมื่อมีการเผาไหม้เชื้อเพลิง ก็จะเกิดกรดที่ไปกัดกร่อนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ โดยน้ำมันเครื่องจะช่วยเคลือบชิ้นส่วนต่างๆ เหล่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดสนิมนั่นเอง

3.เมื่อเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงขึ้นในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน น้ำมันเครื่องจะช่วยระบายความร้อนได้

4.ทุกครั้งที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง จะเกิดพวกเขม่าติดกับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ โดยน้ำมันเครื่องจะมีสารชะล้างสิ่งสกปรกที่เกาะติดกับชิ้นส่วนเครื่องยนต์ต่างๆ ได้

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์

น้ำมันเครื่องรถยนต์มีกี่ชนิด

ปัจจุบันน้ำมันเครื่องรถยนต์หาซื้อได้ตามทั่วไป แต่การจะเลือกซื้อน้ำมันเครื่องนั้น จะต้องดูว่าเหมาะสมกับรถยนต์ของตนเองหรือไม่ โดยน้ำมันเครื่องแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ ดังนี้

1. น้ำมันเครื่องธรรมดา (Synthetic)

น้ำมันที่ได้มาจากธรรมชาติ 100% โดยมาจากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม จะมีราคาไม่แพง แต่อายุการใช้งานจะน้อย ระยะประมาณ 3,000 - 5,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 6 เดือน

2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic)

น้ำมันที่เกิดจากการผสมระหว่างน้ำมันธรรมชาติกับน้ำมันสังเคราะห์ ราคาจะอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนอายุการใช้งานจะนานกว่าน้ำมันเครื่องธรรมชาติ อยู่ที่ระยะประมาณ 7,000 กิโลเมตร มีอายุประมาณ 6-9 เดือน เป็นชนิดน้ำมันที่ผู้คนนิยมเปลี่ยนกัน

3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Fully Synthetic)

น้ำมันสังเคราะห์แท้ 100% มีราคาสูง สามารถใช้งานได้ประมาณ 15,000 – 20,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ปีเลยทีเดียว เป็นน้ำมันที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์

วิธีเลือกน้ำมันเครื่องรถยนต์ให้เหมาะกับรถ

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง จะต้องใช้ข้อมูลจากคู่มือรถของตนเองว่าควรใช้น้ำมันประเภทไหน เพราะข้อมูลนั้นจะคำนึงถึงขนาดของเครื่องยนต์ ประเภทของรถยนต์ การใช้งานและมาตรฐานของน้ำมันเครื่องขั้นต่ำมาเรียบร้อยแล้ว ต่อมาสิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการเลือกน้ำมันเครื่องคือ ความหนืดของน้ำมัน เพราะจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และสตาร์ทรถในอุณหภูมิต่ำได้ดีด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้การเลือกน้ำมันเครื่องอาจคำนึงมาจากความต้องการของเจ้าของรถ ว่าต้องการเปลี่ยนถ่ายบ่อยแค่ไหน โดยจะใช้หลักการเลือกน้ำมันเครื่องตามชนิดหลักๆ ที่เราได้กล่าวไปข้างบน หรือจะเป็นน้ำมันทางเลือก เช่น น้ำมันเบนซิน E20 น้ำมันดีเซล B10 เป็นต้น อย่างไรก็ตามก็ต้องเลือกใช้น้ำมันเเครื่องให้เหมาะสมกับรถยนต์ เพื่อให้ตัวเครื่องได้มีสมรรถนะที่ดี

น้ำมันเครื่องรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่

การตัดสินใจในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์แต่ละครั้งจะต้องยึดหลักตามคู่มือรถ รวมถึงเรื่องต่างๆ ได้แก่ ระยะทาง ที่เกี่ยวข้องกับชนิดน้ำมันเครื่องที่เลือกใช้ โดยแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานแตกต่างกัน, ระยะเวลา กรณีที่ผู้ขับรถมักจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน เป็นสาเหตุทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น, สภาพการใช้งานรถ หากใช้งานบนจราจรที่ติดขัดหรือขับรถบนสภาพถนนที่ไม่ค่อยดีนัก ก็ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก ส่งผลให้อายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องสั้นลง อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตรวจทานเรื่องน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์

น้ำมันเครื่องถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ ซึ่งถ้าคุณเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับรถยนต์ตามคู่มือรถ หมั่นตรวจสอบและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด รถยนต์ของคุณจะสามารถใช้งานได้ราบรื่นอย่างแน่นอน แถมยังช่วยแก้ปัญหาการเกิดสนิม การเสียดทานของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งก็ยังดูใหม่อยู่เสมอ หรือจะเป็นรถมือสอง ก็เป็นรถมือสองสภาพดี อย่าลืมดูแลเรื่องน้ำมันเครื่องรถยนต์กันนะ


แชร์

Share on Line

บทความใกล้เคียง